PM2.5 ต้นเหตุ ปัญหา และการป้องกัน + 9 วิธีเลือกเครื่องฟอก

0
589
เมืองมหานครที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก ลอยวนอยู่ในอากาศจนบดบังแสงอาทิตย์ยามเช้า
(Last Updated On: October 1, 2019)

เพิ่งหายไปได้หมาดๆ ปัจจุบันกลับมาอีกแล้ว อีกภัยเงียบหนึ่งที่เกิดจากฝีเท้ามนุษย์ ฆ่ายากกว่าหวัดนก ตายยากกว่าแมลงสาบ ตราบใดที่ยังมีพวกเราอยู่เขาจะกลับมาทุกๆ ปี ซึ่งสิ่งที่แอดกำลังพูดถึงอยู่ก็คือ (Thanos นั่นเอง!!! ไม่ใช่แล้วโว้ยยยย) PM2.5 ที่กำลังส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต

วอทอีส PM2.5 (คืออะไร)?

เอาง่ายๆ สำหรับคนที่ไม่ชอบศัพท์แสงวิชาการ Pm2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็ก (ประมาณ 2.5 ไมครอน) ที่ในยามปกติ ตาเปล่าของเราๆ จะมองไม่เห็น (เว้นเข้าขั้นวิกฤตที่มันรวมตัวกันหนาแน่น) อาศัยอยู่ได้ทั้งในอากาศ น้ำ และก๊าซ

ปัญหาอยู่ตรงความเล็กของมัน ที่ร่างกายไม่สามารถกำจัดได้ด้วยตนเอง จึงมีการรณรงค์ให้สวมหน้ากากป้องกัน หลีกเลี่ยงทำกิจกรรมในพื้นที่เสียง หรือซื้อเครื่องฟอกอากาศติดไว้ในบ้าน

ถ้าเพื่อนๆ ยังจินตนาการขนาดของมันไม่ออก คิดง่ายๆ ว่า เทียบเท่ากับการเอาเส้นผมหนึ่งเส้น มาหั่นแบ่งตามแนวนอน 20 ครั้ง (ยากกว่าตอนแรกอีก555) จึงไม่แปลกที่ทำไมร่างกายไม่สามารถป้องกันได้

ขนาดของ PM2.5 เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นผมของมนุษย์

PM2.5 มาจากไหน?

ว่ากันตรงๆ ถ้าเอาในประเทศ ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งการก่อสร้าง การเผาไหม้เชื้อเพลิง การผลิตถ่านหิน การผลิตไฟฟ้า การเผาขยะและการเผาไร่ รวมไปถึงควันจากการสูบบุหรี่

ไฟที่กำลังไหม้ป่าผืนป่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง

ถ้าเพื่อนๆ สังเกตุจากประโยคด้านบนให้ดีๆ จะเห็นว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่มันเพิ่งเริ่มหนาจนสามารถเห็นได้ชัดด้วยตาเนื้อ เป็นเพราะจำนวนฝุ่นที่เพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ สวนทางกับตัวเลขของต้นไม้ภายในประเทศที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ในเมืองใหญ่ๆ มักเต็มไปด้วยตึกสูง ซึ่งคอยกั้นทางเดินลม ทำให้ฝุ่นละอองไม่ถูกพัดออกไปตามกระแส และยังคงวนเวียนอยู่ภายในพื้นที่เป็นระยะเวลานาน

อันตรายของ PM2.5

จากการศึกษาพบว่า เจ้าฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้ สามารถส่งผลต่อร่างกายได้ในหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นตัวกระตุ้นให้อาการกำเริบ(สำหรับผู้ที่มีอาการผิดปกติอยู่แล้ว) หรือถ้าสูดดมบ่อยๆ ก็สามารถส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพได้ ดังนี้

โรค/อาการที่อาจเกิดขึ้น

  • ปอดแข็งจากถุงลมจับปอด
  • โรคปอดเรื้อรัง มะเร็งปอด
  • หลอดลมอักเสพเฉียบพลัน
  • เวียนศรีษะ ปวดหัว คลื่นไส้
  • หายใจไม่สะดวก แสบจมูก เจ็บคอ แน่นหน้าอก
  • แสบตา ตาแดง ระคายเคืองตา
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจวาย
  • คันตามร่างกาย ผิวหนังอักเสพ ปวดแสบปวดร้อน

กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • หญิงตั้งครรภ์และเด็กทารก
  • ผู้ที่เป็นภูมิแพ้
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับปอด
  • กลุ่มคนที่ชอบออกกำลังกายกลางแจ้ง

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากรู้ข้อมูลมากขึ้น สามารถคลิกดูที่วีดีโอด้านล่างนี้ได้เลย!!

เห็นอย่างนี้แล้ว เพื่อนๆ ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองมากขึ้น พร้อมกับเตือนคนที่เรารักให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องโรคส่วนตัว (อันนี้แอดเป็นห่วงจริงๆ) แต่ถ้าไม่ได้เพราะต้องออกไปเรียนหรือทำงาน แนะนำให้พกหน้ากากอนามัยติดตัวไว้เสมอ

ประเภทของหน้ากาก ป้องกัน PM2.5

  • หน้ากากผ้า ป้องกันได้ 21.28%
  • หน้ากากธรรมดา ป้องกันได้ 48.08%
  • หน้ากากธรรมดา + ผ้าเช็ดหน้า ป้องกันได้ 49.60%
  • หน้ากาก 9002A ป้องกันได้ 86.49%
  • หน้ากากธรรมดา + ทิชชู่ 2 แผ่น ป้องกันได้ 90.80%
  • หน้ากาก N95 ป้องกันได้ 90.82%

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง เวลาออกจากบ้าน แอดก็ขอแนะนำให้สวมหน้ากากธรรมดา + ทิชชู่ 2 แผ่น ไม่ต้องถึงขั้น N95 เพราะมีผลการทดลองแล้วว่า ให้คุณภาพที่ใกล้เคียงกัน ในราคายังถูกกว่าหลายเท่าตัว

แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่มีบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยง แล้วไม่อยากใส่หน้ากากไปตลอด (สวมบทบาทเป็นคุณหมอผ่าตัดคนไข้) ก็ยังไม่ต้องเสียใจไป เพราะปัจจุบันได้มีเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งช่วยให้อากาศภายในบ้าน สะอาดและบริสุทธิ์อยู่ตลอดเวลา

แต่ถ้าจะให้บอกว่าเครื่องไหนดีอย่างไร คงเป็นเรื่องยาก (ประเดี๋ยวจะหาว่าอวยกันเปล่าๆ) เพราะจริงๆ แล้ว มันขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและความต้องการของเพื่อนๆ เอาเป็นว่าแทนที่จะจะมานั่งเสียเวลาทั้งสองฝ่าย สู้บอกเพื่อนๆ เลยดีกว่า ว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้าง ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ ได้ของดี ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง

9 เคล็ดลับ เลือกเครื่องฟอกอากาศแบบไม่เสียเงินฟรี

1.เหมาะสมกับขนาด(ของห้อง)

คงอาจจะตกใจ ที่ไหงขนาดของห้องเข้ามามีเอี่ยว ไม่เห็นเกี่ยวกับอะไรกับตัวเครื่องฟอกอากาศเลย แต่จริงๆ มันเกี่ยวมากๆ เครื่องกรองอากาศแต่ละรุ่น จะถูกออกแบบมามีกำลังไม่เท่ากัน ในพื้นที่ที่แตกต่างกัน บางรุ่นก็จะบอกเป็นตารางเมตร บางรุ่นก็จะบอกเป็นตารางวา ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเพื่อนๆ ที่ต้องรู้ก่อนว่าขนาดห้อง ที่ต้องการจะเอามันไปวางมีพื้นที่เท่าใด 

2.Function โดนใจ

สำหรับข้อนี้ สามารถมีรายละเอียดปลีกย่อยได้หลายๆ อย่าง ขึ้นอยู่กับความต้องการของเพื่อนๆ เช่น การทำงานอัตโนมัติ ระบบสั่งการ โหมดกลางคืน ความสามารถในการกรอง (ถ้าซื้อเพื่อป้องกัน pm2.5 ก็ขอแค่เครื่อง มีความสามารถในการกรองละเอียดกว่า 2.5 ไมครอน แต่ถ้าจะกรองเพื่อป้องกันกลิ่นหรืออื่นๆ ก็อีกเรื่อง สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้สามารถตรวจสอบได้ที่ https://www.allergyuk.org) ฯลฯ

3.Air Flow ไหลลื่น

ระบบที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกภายในเครื่องฟอกอากาศ เพื่อรักษาการทำงานให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ (บางรุ่นไม่มี เพื่อนๆ ต้องนำออกมากำจัดด้วยตัวเอง)

4.CADR พอเหมาะ

CADR คือตัวเลขที่จะบอกความสามารถในการผลิตอากาศดีต่อนาที ตัวเลขยิ่งสูงก็เท่ากับว่า เครื่องฟอกอากาศนั้น สามารถทำให้ห้องของเพื่อนๆ มีอากาศที่บริสุทธิ์ได้เร็ว ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีหน่วยวัดที่แตกต่างกัน บางรุ่นบอกเป็นลูกบาศก์เซนฯ บางรุ่นก็บอกเป็นลูกบาศก์ฟุต สังเกตุให้ดีๆ นะคร้าบ ระวังอย่าให้เขาหรอกได้

5.เสียงไม่ดังเกินเหตุ

อันนี้จำเป็นมากสำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือจะนำไปใช้ในห้องนอน เพราะเสียงที่ดังเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพและสมาธิในการทำงาน ยิ่งตัวเครื่องมีกำลังที่มากเสียงยิ่งดัง (แต่บางรุ่นก็ไม่ดังนะฮะ) ซึ่งส่วนตัวแอดคิดว่า แม้จะได้รับอากาศดีแต่ถ้านอนหลับไม่สนิท อนาคตประเดี๋ยวจะแย่เอา  แก่เร็วแถมเป็นโรค เรียกได้ว่าเสียเงินเพิ่มคูณสอง แต่ถ้าเพื่อนๆ จะเอาไปตั้งในห้องรับแขกก็ว่ากันไปอีกเรื่องอย่างไรก็ดี สมัยนี้เครื่องกรองดีๆ ที่เสียงเบา ก็ไม่ได้มีราคาสูงแล้ว

6.อะไหล่หาง่าย ราคาถูก

สิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาไม่แพ้กัน คือเรื่องของอะไหล่ เพราะเครื่องเครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่ ต้องมีการเปลี่ยนไส้ใน บางรุ่นก็เร็วหน่อย เปลี่ยนใส้ในทุกๆ เดือน  บางรุ่นก็ช้าต้องเปลี่ยนทุก 1-2 ปี (ยังไม่รวมค่าซ่อมบำรุงจากการเสียหาย) ดังนั้น เพื่อนๆ ที่กำลังจะซื้อ ต้องเผื่อเงินล่วงหน้าที่ต้องจ่ายในอนาคต รวมถึงความสะสวกสบายในการจัดหา เพราะไม่แน่ว่าถ้าหมดช่วงนี้จะหาซื้ออะไหล่ยาก เป็นการบังคับกลายๆ ให้ต้องเปลี่ยนใหม่ 

7.ประหยัดค่าไฟ

ตรงไปตรงมาสำหรับข้อนี้ ไม่ต้องพูดอะไรเยอะ เพราะเครื่องฟอกอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทหนึ่ง ยิ่งเพื่อนๆ เลือกซื้อรุ่นที่กินไฟได้น้อย เงินในกระเป๋าปลายเดือนก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ( Trick เล็กๆ น้อยๆ สำหรับสังเกตุเบื้องต้น ย้ำว่าเบื้องต้น*** คือ ถ้าแผ่นกรองหนาแน่นมาก อากาศจะไหลผ่านได้น้อย จะยิ่งทำให้เครื่องทำงานหนักและกินไฟ ควรเลือกเครื่องฟอกที่ถูกออกแบบให้อากาศไหลผ่านได้ดี แต่อย่าลืมเรื่องประสิทธิภาพ ถ้าดูไม่ออกก็ลองถามพนักงานขายและเปรียบเทียบแต่ละรุ่น)

8.ดีไซน์หรู

ข้อนี้เห็นหัวข้อพิเศษที่แอดเพิ่มเข้ามา สำหรับคนที่ชื่นชอบศิลปะและการตกแต่งบ้าน เพราะเครื่องฟอกอากาศก็เปรียบเสมือนกับเฟอร์นิเจอร์ตัวหนึ่ง ยิ่งตัวใหญ่ๆ ที่มีราคาสูง ถ้าสมมุติรูปทรงขัดหูขัดตาภรรยา ไม่แน่ว่าเพื่อนๆ อาจจะต้องเก็บไว้ในกล่องไปตลอดกาล

9.ราคาน่าโดน

เรียกได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญเลยก็ว่าได้ ยิ่ง Function เยอะราคายิ่งสูง แต่แอดไม่ได้กำลังบอกว่าให้ใช้แต่ของแพงเพียงอย่างเดียว เพราะบางครั้งมันก็ไม่ได้ดีเสมอไป ส่วนของถูกไม่ใช่ว่าจะไร้ประสิทธิภาพทั้งหมด เอาเป็นว่า ให้เพื่อนๆ ลองพิจารณาจากข้อมูลทั้งหมดที่แอดได้นำเสนอ ลองเปรียบเทียบกันหลายๆ รุ่นด้วยตนเอง ซึ่งถ้าเห็นว่าคุ้มก็เอาเลยไม่ต้องคิดมาก เพราะสุขภาพเป็นสิ่งที่เสียไปแล้ว จะกลับมาซ่อมใหม่ก็ไม่เหมือนเดิม

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here