ฉะกันชัดๆ เทียบ Apple Pen 2 และ 1 จากปากผู้บริโภค ใครจะอยู่ ใครจะไป!!??

0
6330
Apple Pen 2 ซป้องกันการตกพื้น ชาร์จไฟง่ายด้วยระบบ wireless รองรับเฉพาะ iPad Pro(2019) ราคาสูง แถมเขียนยากกว่า
(Last Updated On: October 22, 2019)

เมื่อ Apple ประกาศปล่อย Digital Pen รุ่นใหม่มา จำเป็นหรือไม่ที่รุ่นเก่าจะตกกระป๋อง ซึ่งวันนี้แอดจะมาชวนเพื่อนๆ ทุกคน ร่วมพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับปากกาดิจิตอลอันนี้ จากปากของผู้ใช้งานจริง

จุดเด่นของ Apple Pen 2 

  1. ฟีเจอร์ใหม่ที่แตะสองครั้งบริเวณปลายปากกา ก็สามารถทำให้เพื่อนๆ เปลี่ยนการใช้งานระหว่างสองอุปกรณ์ได้ทั้นที เช่น จากปากกาไปเป็นยางลบ
  2. ระบบการชาร์จและการเชื่อมต่อแบบ wireless ไม่ต้องกลัวปากการหาย หรือ USB-C ชำรุด

จุดแข็งของ Apple Pen 1

  1. ไวต่อจุดสัมผัส เพื่อนๆ สามารถวาดเส้นบางหรือหนาได้ตามความต้องการ
  2. ชาร์จตัวปากกาได้รวดเร็วบน iPad Pro  

ว่าด้วยเรื่อง Design

  • Apple Pen 2 หากมองแบบผิวเผิน ตัวปากกาจะมีลักษณะคล้ายกับรุ่นแรก แต่ถ้าสังเกตุให้ดีๆ จะพบว่ามันบางและสั้นกว่า ให้ความรู้สึกเหมือนการจับดินสอ ทั้งยังประกอบด้วยด้านที่แบนราบ ทำให้ปากกาไม่กลิ้งไปมาบนโต๊ะ ป้องกันการหล่นจนได้รับความเสียหาย ส่วนของปลายด้านจับที่เดิมเป็นปลอกหุ้มสำหรับชาร์จแบตฯ ก็ถูกแทนที่ด้วยโลโก้ของ Apple
Apple Pen 2 ซป้องกันการตกพื้น ชาร์จไฟง่ายด้วยระบบ wireless รองรับเฉพาะ iPad Pro (2019) ราคาสูง แถมเขียนยากกว่า
  • Apple Pen 1 ตัวปากกามีลักษระกลมมน บริเวณปลายด้ามจับมีวงเงินที่สลักโลโก้ไว้ โดยในทางทฤษฎีมันจะไม่กลิ้งไปไหน เพราะพวกเขาได้ถ่วงให้ข้างหนึ่งมีน้ำหนักมากกว่า (แต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้น) มีเพื่อนคนหนึ่งเล่าว่า ถ้ามองผ่านๆ ด้วยหางตา จะนึกว่ามันคือมาร์คเกอร์ดีๆ นี่เอง
Apple Pen 2 ซป้องกันการตกพื้น ชาร์จไฟง่ายด้วยระบบ wireless รองรับเฉพาะ iPad Pro (2019) ราคาสูง แถมเขียนยากกว่า

แตะแล้วเปลี่ยน double tab

  • Apple Pen 2 มีอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ ที่ทำให้ทุกๆ การเคลื่อนไหวมีประสิทธิภาพและสะดวก เพียงแค่แตะเบาๆ สองครั้งที่ปลายปากกา เพื่อนๆ ก็สามารถสลับไปยังอุปกรณ์ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องสัมผัสที่หน้าจอ ใช้ได้กับทั้ง Adobe Photoshop , Notes , Ferrite ฯลฯ
Apple Pen 2 ซป้องกันการตกพื้น ชาร์จไฟง่ายด้วยระบบ wireless รองรับเฉพาะ iPad Pro (2019) ราคาสูง แถมเขียนยากกว่า

ระบบการชาร์จ

  • Apple Pen 2 รูปแบบการชาร์จแบบใหม่ เพียงเแนบตัวปากกาไว้บริเวณด้านขวาของ iPad อุปกรณ์ทั้งสองจะถูกดูดติดกันด้วยแถบแม่เหล็ก และเริ่มต้นชาร์จโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องกลัวหลุดหรือกลิ้งไปไหน ทำได้ในพื้นที่จำกัด และที่สำคัญคือ โค-ตะ-ระ Cool!!
Apple Pen 2 ซป้องกันการตกพื้น ชาร์จไฟง่ายด้วยระบบ wireless รองรับเฉพาะ iPad Pro (2019) ราคาสูง แถมเขียนยากกว่า
  • Apple Pen 1 อย่างที่รู้ๆ กันว่า Digital Pen รุ่นนี้ เวลาจะชาร์จก็ต้องถอดปลอกที่ด้ามออก (ซึ่งเรามักจะทำหายบ่อยๆ 555) แล้วนำไปเสียบกับช่อง Lightning ซึ่งเพื่อนๆ ต้องคอยระมัดระวังเป็นพิเศษ ห้าม!! ไปเฉี่ยวหรือชนกับตัวปากกาโดยเด็ดขาด ประเดี๋ยวขั้วชาร์จพัง จะชาร์จไม่เข้า แถมเกะกะกินพื้นที่ไปอี๊กกก
Apple Pen 2 ซป้องกันการตกพื้น ชาร์จไฟง่ายด้วยระบบ wireless รองรับเฉพาะ iPad Pro (2019) ราคาสูง แถมเขียนยากกว่า

รุ่นที่รองรับ

  • Apple Pen 2 iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (2019) / iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (2019)
Apple Pen 2 ซป้องกันการตกพื้น ชาร์จไฟง่ายด้วยระบบ wireless รองรับเฉพาะ iPad Pro (2019) ราคาสูง แถมเขียนยากกว่า
  • Apple Pen 1  iPad Air (รุ่นที่ 3) / iPad mini (รุ่นที่ 5) / iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 1 หรือ 2) / iPad Pro รุ่น 10.5 นิ้ว / iPad Pro รุ่น 9.7 นิ้ว / iPad (รุ่นที่ 6) / iPad (รุ่นที่ 7)
Apple Pen 2 ซป้องกันการตกพื้น ชาร์จไฟง่ายด้วยระบบ wireless รองรับเฉพาะ iPad Pro (2019) ราคาสูง แถมเขียนยากกว่า

โดยส่วนตัวแอดมองว่า คนไหนที่มี iPad Pro รุ่นใหม่ แต่ยังใช้ Apple Pen 1 อยู่ก็ไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนไปไหน เพราะถ้าพูดถึงเรื่อง Function แล้ว มันก็สามารถใช้งานได้เหมือนกันแทบทุกอย่าง เว้นแต่ถ้าเพื่อนๆ ทำมันหายหรือใช้การไม่ได้แล้ว ค่อยอัพเกรดเป็นรุ่นใหม่ อันนี้ก็ถือว่าคุ้มอยู่

แหล่งที่มา :  https://www.coolblue.nl/en/advice/compare-apple-pencil-2-to-apple-pencil-1.html 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here